Standard Contract

สัญญาให้บริการโทรคมนาคม
ประเภทจดทะเบียน
สำหรับผู้ใช้บริการประเภทบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล

ผู้ให้บริการตกลงให้บริการ และผู้ใช้บริการตกลงใช้บริการโทรคมนาคมประเภทจดทะเบียนภายใต้ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการโทรคมนาคมของผู้ให้บริการ ดังต่อไปนี้
  1. คำนิยาม
    1. “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ตกลงใช้เลขหมาย และ/หรือ บริการโทรคมนาคมประเภทจดทะเบียนของผู้ให้บริการ แต่ไม่รวมถึงผู้ใช้บริการประเภทองค์กรภาครัฐและองค์กร ธุรกิจ
    2. “ผู้ให้บริการ” หมายความว่า บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด
    3. “การยื่นคำขอ” หมายความว่า การยื่นคำขอใช้บริการด้วยการลงลายมือชื่อตามรูปแบบที่ผู้ให้บริการกำหนดโดยยื่นต่อผู้ให้บริการด้วยตนเอง หรือส่งทางไปรษณีย์ และหมายความรวมถึงการยื่นคำขอใช้ บริการด้วยวิธีการอื่นใด โดยทางโทรศัพท์หรือ โทรสาร รวมทั้งการพิมพ์ หรือการเลือกข้อความ และการกระทำใดๆ ที่ทำให้ปรากฏซึ่งข้อความตามวิธีการที่ผู้ให้บริการกำหนด ผ่านเครื่องวิทยุคมนาคม เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่องทาง หรือสื่ออื่นใดตามที่ผู้ให้บริการกำหนด ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จะกำหนดขึ้นในอนาคต
    4. “คำขอ” หมายความว่า คำขอใช้บริการโทรคมนาคมทุกประเภทตามแบบที่ผู้ให้บริการ กำหนด และหมายความรวมถึงคำขอใช้บริการโทรคมนาคมที่ส่งผ่านเครื่องวิทยุคมนาคม เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทาง หรือสื่ออื่นใดตามที่ผู้ให้บริการกำหนด ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและ ที่จะกำหนดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ คำขอให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาให้บริการนี้ด้วย
    5. “บริการ” หมายความว่าบริการปกติและบริการเสริม
    6. “บริการปกติ” หมายความว่า การให้บริการโทรคมนาคมที่ผู้ส่งหรือผู้รับสามารถสื่อสารกันได้เป็นคำพูด เครื่องหมาย สัญญาณ ตัวหนังสือ ภาพ เสียง หรือการอื่นใดที่สามารถสื่อความหมายได้ และ หมายความรวมถึงบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ บริการข้ามแดนอัตโนมัติ บริการเพื่อการรับส่งข้อมูล บริการเชื่อมต่อ และ/หรือบริการโทรคมนาคมอื่นที่ให้บริการผ่านบริการโทรคมนาคมของผู้ให้บริการ เช่น การเชื่อมต่อเพื่อรับบริการอินเตอร์เน็ต เป็นต้น
    7. “บริการเสริม” หมายความว่า บริการใด ๆ นอกเหนือจากบริการปกติ ทั้งที่ให้บริการ โดยผู้ให้บริการเอง และตามข้อตกลงร่วมของผู้ร่วมให้บริการเสริมอื่นใด
    8. “บริการโทรคมนาคม” หมายความว่า การให้บริการโทรคมนาคม การให้บริการอินเตอร์เน็ต แบบ WiFi และ/หรือ การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ให้บริการโดยผู้ให้บริการ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ที่ผู้ให้บริการกำหนด
    9. “สัญญาให้บริการ” หมายความว่า สัญญาให้บริการฉบับนี้และที่อาจมีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงภายใต้ข้อกำหนดของประกาศคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง
    10. “ข้อมลูส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ ดังต่อไปนี้
      1. ข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ถึงตัวผู้ใช้บริการ
        1. กรณีบุคคลธรรมดา หมายถึง ชื่อ ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด เลขที่บัตรประจำตัว ประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหนังสือเดินทาง สำเนาบัตนประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรประจำตัวอื่นใดที่ออกโดยส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ หรือข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่สามารถกำหนดตัวบุคคลของผู้ใช้บริการได้แน่นอนตรงตามความเป็นจริง
        2. กรณีนิติบุคคล หมายถึง ชื่อ สถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ เลขที่ทะเบียน นิติบุคคล สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรประจำตัวอื่นใดของผู้มีอำนาจกระทำการแทนของนิติบุคคลนั้นที่ออกโดยส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ หรือข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานอื่นใดที่สามารถกำหนดตัวบุคคลของผู้ใช้บริการและผู้มีอำนาจกระทำการแทนของผู้ใช้บริการได้แน่นอนตรงตามความเป็นจริง
      2. ข้อมูลการใช้บริการและการชำระค่าบริการรวมทั้งข้อมูลข้อเท็จจริง เอกสาร หลักฐาน หรือสิ่งอื่นใดอันเกี่ยวข้องกับผู้ใช้บริการ
    11. “ค่าบริการ” หมายความว่า ค่าตอบแทนการใช้บริการ ค่าใช้บริการเสริม ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่ผู้ให้บริการกำหนดเกี่ยวกับการใช้บริการโทรคมนาคมตามสัญญานี้ รวมทั้ง ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ หรือบริการข้ามแดน อัตโนมัติ ซึ่งผู้ให้บริการมีสิทธิเรียกเก็บในนามของผู้ให้บริการ หรือเรียกเก็บแทนผู้ให้บริการโทรศัพท์ระหว่าง ประเทศหรือผู้ให้บริการข้ามแดนอัตโนมัติ และค่าบริการ ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการ ใช้บริการเสริมของผู้ร่วมให้บริการเสริม ตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ หรือตามที่จะมีการเพิ่มเติมหรือ เปลี่ยนแปลงในอนาคต
    12. “บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ” หมายความว่า การเรียกออกต่างประเทศโดยผู้ใช้บริการเอง (International Direct Dialing: IDD) โดยเรียกผ่านเลขหมายสำหรับบริการเรียกออกต่างประเทศ หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนรหัสเรียกออกต่างประเทศของผู้ให้บริการเอง หรือของผู้ให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศรายอื่นซึ่งมีข้อตกลงร่วมกับผู้ให้บริการ
    13. “บริการข้ามแดนอัตโนมัติ (International Roaming: IR)” หมายความว่า การนำเลขหมาย ของผู้ใช้บริการไปใช้ในโครงข่ายของผู้ให้บริการอื่นในต่างประเทศตามข้อตกลงร่วมของผู้ให้บริการ
    14. “ผู้ร่วมให้บริการเสริม” หมายความว่า ผู้ที่มีข้อตกลงกับผู้ให้บริการในการให้บริการเสริม ตามข้อ1.7
    15. “วงเงินค่าใช้บริการ” หมายความว่า วงเงินค่าใช้บริการสูงสุดที่ผู้ให้บริการให้แก่ผู้ใช้บริการ แต่วงเงินค่าใช้บริการดังกล่าวไม่รวมถึงค่าใช้บริการข้ามแดนอัตโนมัติ
    16. “รอบการใช้บริการ” หมายความว่า รอบระยะเวลาของการใช้บริการเพื่อใช้ในการเรียกเก็บค่าบริการตามที่ผู้ให้บริการกำหนด ทั้งนี้ต้องไม่น้อยกว่า 1 เดือน
    17. “รายการส่งเสริมการขาย” หมายความว่า รายการส่งเสริมการให้บริการของผู้ให้บริการเช่น โปรโมชั่น แพ็กเกจอัตราค่าบริการ ส่วนลดค่าบริการ เป็นต้น ซึ่งผู้ให้บริการกำหนดขึ้นสำหรับการให้บริการแต่ละประเภทแก่ผู้ใช้บริการ โดยผู้ใช้บริการมีสิทธิเลือกใช้รายการส่งเสริมการขายดังกล่าวกับการใช้ บริการของตนได้ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด
    18. “สิทธิพิเศษอื่นๆ” หมายความว่า สิทธิประโยชน์อื่นๆนอกเหนือจากรายการส่งเสริมการ ขายที่ผู้ให้บริการกำหนดขึ้นสำหรับการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ โดยผู้ใช้บริการมีสิทธิเลือกรับสิทธิพิเศษอื่นๆ ดังกล่าวเพิ่มเติมจากการใช้บริการได้ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด
    19. “ประกาศเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ประกาศคณะกรรมการกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติเรื่องมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคมหรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม
    20. “คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (แล้วแต่กรณี)
    21. “ประกาศคณะกรรมการ” หมายถึง ประกาศของคณะกรรมการรวมถึงที่มีการแก้ไข เพิ่มเติม
  2. การยื่นคำขอใช้บริการ และการอนุมัติให้เปิดใช้บริการ
    1. ในการยื่นคำขอใช้บริการโทรคมนาคม ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลของ ผู้ใช้บริการเพื่อการพิจารณาอนุมัติให้ใช้บริการ
    2. เมื่อผู้ใช้บริการได้ลงลายมือชื่อ และยื่นคำขอใดต่อผู้ให้บริการ ถือว่ายินยอมผูกพัน และ ปฏิบัติตามสัญญาให้บริการนี้ทุกประการนับตั้งแต่วันที่เปิดใช้บริการ และในกรณีที่ผู้ให้บริการเสนอให้ผู้ใช้บริการได้รับบริการเสริมอื่นใดเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในสัญญาให้บริการนี้ ข้อสัญญาในเรื่องบริการเสริม ดังกล่าวจะมีผลผูกพันต่อเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงโดยชัดแจ้งว่าผู้ใช้บริการตกลงยินยอมที่จะใช้บริการเสริมดังกล่าว (ซึ่งความยินยอมโดยชัดแจ้งของผู้ใช้บริการนั้นให้รวมถึงกรณีที่ผู้ใช้บริการยืนยันการใช้บริการเสริมโดยการพิมพ์ การเลือกข้อความ หรือการกระทำใดๆ ที่ทำให้ปรากฏซึ่งข้อความตามวิธีการที่ผู้ให้บริการกำหนดผ่านเครื่องวิทยุ คมนาคม เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่องทาง หรือสื่ออื่นใดตามที่ผู้ให้บริการกำหนด) เว้นแต่เป็น กรณีที่ผู้ใช้บริการได้ใช้บริการนั้นอยู่แล้วซึ่งให้ถือว่าผู้ใช้บริการประสงค์จะใช้บริการเสริมนั้นต่อไปหากมิได้ปฏิเสธ หรือขอยกเลิกการใช้บริการ และหากผู้ใช้บริการขอยกเลิกบริการเสริมดังกล่าวเมื่อใด ผู้ให้บริการต้องดำเนินการ ยกเลิกบริการเสริมดังกล่าวในทันที ในกรณีมีข้อโต้แย้ง หากไม่ปรากฏข้อเท็จจริงโดยชัดแจ้ง ว่าผู้ใช้บริการตกลงยินยอมที่จะใช้บริการเสริมดังกล่าว ผู้ให้บริการไม่มีสิทธิเรียกเก็บค่าบริการเสริมดังกล่าว
    3. ภายหลังจากที่ผู้ให้บริการอนุมัติให้เปิดใช้บริการโทรคมนาคมหรือบริการเสริมอื่นใด หากผู้ใช้บริการมีความประสงค์จะขอเพิ่มเติม แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงการใช้บริการ และผู้ให้บริการอนุมัติให้ เพิ่มเติม แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงการใช้บริการตามคำขอของผู้ใช้บริการแล้ว ให้ถือว่าคำขอดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่ง ของสัญญาให้บริการนี้
  3. มาตรการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    1. ผู้ให้บริการตกลงจะไม่นำข้อมลูที่ได้มาจากการให้บริการตามสัญญานี้ไปใช้เพื่อประโยชน์ อย่างอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากผู้ใช้บริการ เว้นแต่เป็นการใช้เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติ ตามกฎหมาย
    2. ผู้ให้บริการจะดำเนินการจัดให้มีมาตรการป้องกันการดักฟัง ตรวจ กักสัญญาณ หรือ เปิดเผยการสื่อสารถึงกันโดยทางวิทยุคมนาคมที่ผู้ใช้บริการติดต่อถึงกันไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดๆ
  4. การให้บริการ
    1. ผู้ให้บริการตกลงให้บริการตามมาตรฐานและคุณภาพการให้บริการตามที่ได้โฆษณาไว้หรือแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบโดยมาตรฐานและคุณภาพการให้บริการดังกล่าวจะไม่ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
    2. ในกรณีที่เกิดเหตุขัดข้องกับการให้บริการจนเป็นเหตุให้ผู้ใช้บริการไม่สามารถใช้บริการ ได้ตามปกติ ผู้ให้บริการตกลงดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการได้โดยเร็ว และผู้ให้บริการ จะไม่เรียกเก็บค่าบริการในช่วงเวลาที่เกิดเหตุขัดข้องดังกล่าว เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเหตุขัดข้องดังกล่าวเกิดขึ้นจากความผิดของผู้ใช้บริการ
  5. การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไข
    1. บรรดาข้อตกลง ข้อกำหนด และเงื่อนไขการใช้บริการ และเอกสารแนบท้ายสัญญาให้บริการอื่นใดที่มีอยู่ก่อนแล้วระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ใช้บริการในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในสัญญาให้บริการนี้ ซึ่งขัดหรือแย้งกับสัญญาให้บริการนี้ ให้ใช้สัญญาให้บริการนี้แทน
    2. ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลง แก้ไขเพิ่มเติมสัญญาให้บริการนี้ตามที่ได้รับ ความเห็นชอบจากคณะกรรมการ หรือตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ และสำนักงานบริการลูกค้าของผู้ให้บริการ ตัวแทนศูนย์บริการหรือศูนย์บริการรับข้อร้องเรียนของผู้ให้บริการ หรือผ่านเลขหมายของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิผู้ใช้บริการที่จะบอกเลิกสัญญา ให้บริการได้ทันทีในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงสัญญาให้บริการมีผลเป็นการลดสิทธิ หรือประโยชน์อันพึงได้รับของ ผู้ใช้บริการให้น้อยลง เว้นแต่เกิดจากเหตุตามที่กฎหมายกำหนด
    3. กรณีสัญญาข้อหนึ่งข้อใดขัดหรือแย้งกับกฎหมาย ระเบียบ หรือประกาศ ซึ่งออกโดย คณะกรรมการ หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้ถือว่าสาระสำคัญของสัญญาในข้ออื่นๆ ที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย ระเบียบ หรือประกาศดังกล่าวยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป
  6. การใช้บริการ
    1. ผู้ใช้บริการจะต้องใช้บริการตามข้อกำหนด และเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด รวมทั้งการใช้ บริการต้องไม่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
      1. ใช้บริการ หรืออนุญาตให้บุคคลอื่นใช้บริการในลักษณะหยาบคาย ลามกอนาจาร ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
      2. ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการข่มขู่ รบกวน คุกคาม ล่วงเกิน หรือเป็นการกระทำละเมิดต่อสิทธิในความเป็นส่วนตัวหรือทำให้บุคคลอื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง
      3. กระทำการใดอันเป็นการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
      4. ใช้เพื่อการสร้างความเข้าใจผิด และ/หรือหลอกลวงประชาชน
      5. ใช้ในลักษณะที่ต้องห้ามหรือขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ จรรยาบรรณ หรือประกาศ ใดๆที่ใช้บังคับ
      6. ดำเนินการใด ๆ ในลักษณะของการแทรกแซงการให้บริการของผู้ให้บริการ หรือผู้ให้บริการรายอื่นซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ให้บริการหรือโครงข่ายโทรคมนาคมอื่น ๆ
    2. หากผู้ใช้บริการได้ใช้บริการอันป็นการขัดต่อสัญญาให้บริการนี้หรือขัดต่อกฎหมายใดๆ อันเป็นการละเมิดต่อบุคคลภายนอก และมีความเสียหายเกิดขึ้น ผู้ใช้บริการต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น
  7. วงเงินค่าใช้บริการ
    1. วงเงินค่าใช้บริการเป็นไปตามที่ได้ตกลงไว้ในสัญญา ทั้งนี้การเพิ่มหรือลดวงเงิน ค่าใช้บริการจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากผู้ใช้บริการก่อน อย่างไรก็ดี หากผู้ให้บริการ อยู่ในระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการผู้ให้บริการมีสิทธิเปลี่ยนแปลงวงเงิน ค่าใช้บริการได้ตามที่ผู้ให้บริการเห็นสมควร
    2. กรณีที่ค่าบริการของผู้ใช้บริการ ณ ขณะใดขณะหนึ่งเกินวงเงินค่าใช้บริการตามที่ ผู้ให้บริการกำหนด ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการให้บริการชั่วคราวได้ ทั้งนี้ผู้ให้บริการจะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้บริการ ทราบล่วงหน้าเมื่อเห็นว่าผู้ใช้บริการได้ใช้บริการใกล้เต็มวงเงินค่าใช้บริการ โดยการกำหนดวงเงินคงเหลือ ที่ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบให้เป็นไปตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ อนึ่ง เมื่อผู้ใช้บริการได้ชำระค่าบริการให้แก่ผู้ให้บริการแล้ว ผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการ ต่อไปได้ทั้งนี้ภายในวงเงินค่าใช้บริการ
    3. ในกรณีค่าบริการของผู้ใช้บริการเต็มวงเงินค่าใช้บริการแล้ว หากผู้ใช้บริการร้องขอขยาย วงเงินค่าใช้บริการและผู้ให้บริการยินยอมให้ผู้ใช้บริการใช้บริการต่อไป ให้ถือว่าผู้ใช้บริการร้องขอใช้บริการ เกินวงเงินที่กำหนดและถือว่าการยินยอมดังกล่าวเป็นการเฉพาะคราวเท่านั้น
  8. การแจ้งค่าบริการ
    1. ผู้ให้บริการจะแจ้งรายการการใช้บริการ และยอดค่าบริการในแต่ละรอบการใช้บริการ ให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันครบกำหนดชำระค่าบริการ
    2. ผู้ให้บริการจะจัดส่งใบแจ้งค่าบริการของผู้ใช้บริการเพื่อเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ใช้บริการ ผ่านช่องทางที่ผู้ให้บริการกำหนด เช่น ทางไปรษณีย์ ผ่านบริการโทรคมนาคม จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์ ของผู้ให้บริการหรือวิธีการอื่นตามที่ผู้ให้บริการกำหนดเพิ่มเติมทั้งนี้ผู้ใช้บริการมีสิทธิเลือกช่องทางการรับใบแจ้งค่าบริการผ่านช่องทางที่ผู้ให้บริการกำหนดหรือโดยวิธีการอื่นใดตามที่ตกลงกัน
    3. ใบแจ้งค่าบริการที่จัดส่งทางไปรษณีย์จะแสดงยอดค่าบริการรอบปัจจุบัน และยอดค้างชำระเดิม (หากมี) ยอดที่ต้องชำระค่าบริการ วันครบกำหนดชำระรอบปัจจุบัน และรายละเอียดยอดค่าบริการ ในรอบปัจจุบันตามประเภทบริการที่มีการใช้บริการในรอบปัจจุบัน
    4. ผู้ใช้บริการมีสิทธิขอตรวจสอบรายละเอียดการใช้บริการ ณ สำนักงานบริการของ ผู้ให้บริการ เว็บไซต์ของผู้ให้บริการตัวแทนศูนย์บริการตามที่ผู้ให้บริการกำหนดหรือช่องทางอื่นตามที่ผู้ให้บริการ กำหนดเพิ่มเติม
    • ในกรณีที่ผู้ใช้บริการเห็นว่าผู้ให้บริการเรียกเก็บค่าบริการโดยไม่ถูกต้อง ผู้ใช้บริการมีสิทธิขอข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการของตนจากผู้ให้บริการได้ เมื่อผู้ใช้บริการมีคำขอทราบข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการของตน ผู้ให้บริการจะตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อยืนยันความถูกต้องของการเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวและจะแจ้งผลให้ผู้ใช้บริการทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ผู้ใช้บริการมีคำขอ หากผู้ให้บริการไม่ดำเนินการภายในระยะเวลา ดังกล่าวให้ถือว่าผู้ให้บริการสิ้นสิทธิในการเรียกเก็บค่าบริการในจำนวนที่ผู้ใช้บริการได้โต้แย้งนั้น
    • หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ให้บริการเรียกเก็บค่าบริการเกินจริง และผู้ใช้บริการได้ชำระ ค่าบริการส่วนที่เกินดังกล่าวให้แก่ผู้ให้บริการไปแล้ว ผู้ให้บริการจะคืนเงินส่วนต่างของค่าบริการที่เรียกเก็บเกิน ให้แก่ผู้ใช้บริการภายใน 30 วันนับแต่วันที่ข้อเท็จจริงยุติ และผู้ให้บริการจะชำระดอกเบี้ยในส่วนต่างนับแต่วันผิดนัดในอัตราเดียวกันกับอัตราที่ได้กำหนดไว้ว่าจะเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการในกรณีที่ผู้ใช้บริการผิดนัด เว้นแต่ ผู้ใช้บริการจะได้ตกลงกับผู้ให้บริการในการคืนเงินส่วนต่างเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้การคืนเงินส่วนต่างอาจคืนด้วย เงินสด เช็ค หรือนำเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ใช้บริการ หรือตามวิธีการอื่นใดตามที่ผู้ให้บริการจะได้ตกลงกับ ผู้ใช้บริการ
  9. คำบอกกล่าว
    • ใบแจ้งค่าบริการ หรือหนังสือบอกกล่าวทวงถามใดๆ หรือการแจ้งยอดค่าบริการที่ผู้ให้บริการ ส่งไปยังผู้ใช้บริการทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในคำขอใช้บริการ หรือที่อยู่ที่แจ้งเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือครั้งหลังสุด หรือโดยแจ้งผ่านบริการโทรคมนาคม หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ หรือ โดยวิธีการอื่นใดตามที่ตกลงกันให้ถือว่าได้รับแจ้งตั้งแต่ในขณะที่ไปถึง
    • ถ้าผู้ใช้บริการมีการย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่แตกต่างจากที่ระบุไว้ในคำขอใช้บริการ ผู้ใช้บริการต้องแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบเป็นหนังสือ หรือด้วยวิธีการอื่นใดตามที่ผู้ให้บริการกำหนดภายใน 3 วันนับแต่วันที่ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ดังกล่าว
  10. การชำระค่าบริการ และอัตรค่าบริการ
    1. ผู้ใช้บริการตกลงชำระค่าบริการต่อผู้ให้บริการตามอัตราที่ผู้ให้บริการกำหนด ทั้งนี้อัตรา ค่าบริการประเภทเสียง (voice) และบริการที่ไม่ใช่ประเภทเสียง (non-voice) ให้เป็นไปตามเงื่อนไขใบอนุญาต ประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามสาหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลย่าน 2.1 GHz ของผู้ให้บริการ จนกว่าคณะกรรมการจะออกประกาศกำหนดอัตราขั้นสูงต่อไป ซึ่งผู้ให้บริการได้เผยแพร่ และแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบเป็นการทั่วไป ณ ที่ทำการ และเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการรับรองว่าจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือ ค่าบริการนอกเหนือจากที่กำหนดดังกล่าว
    2. ภายใต้อัตราค่าบริการตามข้อ 10.1 ผู้ให้บริการอาจลดหรือยกเว้นการเรียกเก็บค่าบริการ ตามสัญญาให้บริการนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนได้ โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของรายการส่งเสริมการขาย หรือสิทธิพิเศษอื่นๆที่ผู้ใช้บริการเข้าร่วมหรือได้รับทั้งนี้ตามที่ผู้ใช้บริการได้แจ้งความประสงค์ให้ผู้ให้บริการทราบภายใต้เงื่อนไขการเข้าร่วมรายการส่งเสริมการขายหรือการขอรับสิทธิพิเศษอื่นๆ ทั้งนี้เงื่อนไขในการเข้าร่วมรายการส่งเสริมการขายแต่ละรายการ หรือการขอรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ รวมถึงระยะเวลาของรายการส่งเสริมการขายแต่ละรายการ หรือการรับสิทธิพิเศษอื่นๆจะเป็นไปตามที่ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการได้ตกลงกัน
    3. ผู้ใช้บริการตกลงชำระค่าบริการค่าธรรมเนียมดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่ผู้ใช้บริการ มีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้บริการตามสัญญานี้ภายในเวลาที่กำหนดในใบแจ้งค่าบริการ ซึ่งส่งตามวิธีการที่ตกลงกันโดยอาจชำระเป็นเงินสด เช็คธนาคาร บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต ประเภทวีซ่าหรือมาสเตอร์ ที่ออกโดยสถาบันออกบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตภายในประเทศหรือชำระค่าบริการผ่านการหักบัญชีธนาคาร หรือผ่านเครื่อง ATM ของธนาคารหรือด้วยวิธีการอื่นใดตามช่องทางและวิธีการที่ผู้ให้บริการกำหนด
    4. ผู้ใช้บริการจะต้องชำระค่าบริการให้แก่ผู้ให้บริการในทันทีเมื่อได้รับใบแจ้งหนี้ค่าบริการ ในกรณีดังต่อไปนี้
      1. ถูกระงับการใช้บริการอันเนื่องมาจากมีจำนวนค่าบริการเกินวงเงินค่าใช้บริการ
      2. ผู้ใช้บริการโอนสิทธิการใช้บริการ
      3. ผู้ใช้บริการขอยกเลิกสัญญาให้บริการ
  11. ค่าใช้จ่ายในการทวงถามและดอกเบี้ยผิดนัด
    • หากผู้ใช้บริการไม่ชำระค่าบริการภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือชำระไม่ครบถ้วนเต็มจำนวนตามใบแจ้งค่าบริการ ผู้ใช้บริการยินยอมชำระดอกเบี้ยจากการผิดนัดชำระหนี้นับแต่วันผิดที่นัดจนถึงวันที่ได้ชำระครบถ้วน รวมทั้งต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการติดตามทวงถามตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามที่ คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ
  12. การขอระงับการใช้บริการชั่วคราวของผู้ใช้บริการ
    1. ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นผู้ใช้บริการมีสิทธิที่จะขอระงับการใช้บริการชั่วคราวได้โดยแจ้ง เป็นหนังสือ หรือส่งทางไปรษณีย์ หรือทางโทรศัพท์ หรือโดยวิธีการอื่นใดที่ผู้ให้บริการกำหนด ซึ่งสามารถ ตรวจสอบได้ว่าเป็นผู้ใช้บริการจริง โดยแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน และขอระงับการใช้บริการชั่วคราว ทั้งสิ้นได้ไม่เกิน 30 วัน โดยผู้ใช้บริการไม่ต้องรับผิดชอบในภาระหนี้ที่เกิดขึ้นภายหลังจากการแจ้งขอระงับการใช้บริการชั่วคราวมีผล เว้นแต่ภาระหนี้ที่เกิดขึ้นอันเป็นผลจากการกระทำของผู้ใช้บริการเองก่อนการแจ้งระงับการใช้บริการชั่วคราว ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการ จนเป็นเหตุให้ผู้ใช้บริการไม่สามารถใช้บริการได้เกินกว่าระยะเวลาข้างต้น ผู้ให้บริการตกลงให้ผู้ใช้บริการระงับการใช้บริการชั่วคราวได้ตามระยะเวลาที่ผู้ใช้บริการร้องขอ แต่ทั้งนี้ไม่เกินกว่าระยะเวลาที่เหตุสุดวิสัยนั้นคงอยู่
    2. กรณีเมื่อครบกำหนดการขอระงับการใช้บริการชั่วคราวดังกล่าวแล้ว หากในรอบระยะเวลาการใช้บริการถัดมา ผู้ใช้บริการไม่ได้ใช้บริการและไม่ชำระค่าบริการหรือจะขอระงับการใช้บริการชั่วคราวเกินกว่าระยะเวลาที่ผู้ให้บริการกำหนดผู้ให้บริการมีสิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการได้ โดยแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่า 30 วัน
  13. การระงับการให้บริการชั่วคราวของผู้ให้บริการ
    เมื่อมีเหตุจำเป็นผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการให้บริการโทรคมนาคมต่อผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวก็ได้ โดยแจ้งเป็นหนังสือพร้อมระบุเหตุให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ ผู้ให้บริการสามารถระงับการให้บริการได้ทันที
    1. เกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นแก่ผู้ให้บริการ
    2. ผู้ใช้บริการถึงแก่ความตาย หรือสิ้นสุดสภาพนิติบุคคล
    3. ผู้ใช้บริการใช้เอกสารปลอมในการขอใช้บริการ
    4. ผู้ให้บริการพิสูจน์ได้ว่าบริการโทรคมนาคมที่ให้แก่ผู้ใช้บริการถูกนำไปใช้โดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือฝ่าฝืนต่อสัญญาให้บริการ
    5. ผู้ใช้บริการใช้บริการเกินวงเงินค่าใช้บริการ ในกรณีนี้ ผู้ให้บริการจะต้องแจ้งเตือน ให้ ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าเมื่อเห็นว่าผู้ใช้บริการได้ใช้บริการใกล้เต็มวงเงินค่าใช้บริการโดยกำหนดวงเงินคงเหลือที่ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบให้เป็นไปตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
    6. ผู้ใช้บริการผิดนัดชำระค่าบริการเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาให้บริการสองคราวติดต่อกัน
    7. ผู้ให้บริการพิสูจน์ได้ว่าผู้ใช้บริการได้นำบริการโทรคมนาคมไปใช้เพื่อแสวงหารายได้โดยมีเจตนาจะไม่ชำระค่าบริการ
    8. ผู้ให้บริการมีเหตุจำเป็นต้องบำรุงรักษาหรือแก้ไขระบบโทรคมนาคมที่ใช้ในการให้บริการ
  14. เหตุแห่งการเลิกสัญญาของผู้ให้บริการ
    ในกรณีที่มีเหตุดังต่อไปนี้ผู้ให้บริการอาจใช้สิทธิเลิกสัญญาให้บริการได้ทันที
    1. ผู้ใช้บริการถึงแก่ความตาย หรือสิ้นสุดสภาพนิติบุคคล
    2. ผู้ใช้บริการผิดนัดชำระค่าธรรมเนียมและค่าบริการเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดสองคราวติดต่อกันโดยผู้ให้บริการได้แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบถึงวันครบกำหนดที่แน่นอนเป็นการล่วงหน้าในใบแจ้งค่าบริการแล้ว และได้แจ้งให้ผู้ใช้บริการชำระหนี้ค่าใช้บริการที่ค้างชำระทั้งสองคราวติดต่อกันดังกล่าวให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา 30 วันแล้วแต่ผู้ใช้บริการมิได้ชำระหนี้ค่าใช้บริการให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
    3. ผู้ใช้บริการโอนสิทธิการใช้บริการตามสัญญานี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ
    4. ผู้ให้บริการมีเหตุผลอันเชื่อได้ว่าผู้ใช้บริการมีพฤติกรรมฉ้อฉลในการใช้บริการหรือนำบริการไปใช้โดยผิดกฎหมาย หรือฝ่าฝืนข้อห้ามในสัญญาให้บริการ
    5. ผู้ให้บริการไม่สามารถให้บริการได้โดยเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ให้บริการ
    6. เป็นการยกเลิกโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
  15. เหตุแห่งการเลิกสัญญาของผู้ใช้บริการ
    ผู้ใช้บริการมีสิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการในเวลาใดก็ได้ โดยบอกกล่าวเป็นหนังสือ ให้แก่ผู้ให้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ หรือด้วยวิธีการอื่นใดตามที่ผู้ให้บริการกำหนด เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ผู้ใช้บริการอาจใช้สิทธิเลิกสัญญาให้บริการได้ทันที
    1. ผู้ใช้บริการไม่สามารถรับบริการจากผู้ให้บริการได้ด้วยเหตุที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอยู่เหนือการควบคมุของผู้ให้บริการ
    2. ผู้ให้บริการได้ละเมิดข้อตกลงอันเป็นสาระสาคัญของสัญญาให้บริการ
    3. ผู้ให้บริการตกเป็นบุคคลล้มละลาย
    4. ผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงหรือเงื่อนไขในสัญญาให้บริการซึ่งมีผลเป็นการลดสิทธิหรือประโยชน์อันพึงได้รับของผู้ใช้บริการลงเว้นแต่เกิดจากเหตุตามที่กฎหมายกำหนด
  16. ผลแห่งการเลิกสัญญา
    • เมื่อสัญญาเลิกกันหากผู้ให้บริการมีเงินค้างชำระแก่ผู้ใช้บริการผู้ให้บริการจะคืนเงินค้างชำระนั้นให้แก่ผู้ใช้บริการภายใน 30 วันนับแต่วันเลิกสัญญา ซึ่งอาจคืนเป็นเงินสด เช็ค หรือนำเข้าบัญชีเงินฝากของ ผู้ใช้บริการ หรือตามรูปแบบและวิธีการที่ผู้ใช้บริการได้แจ้งความประสงค์ไว้
    • กรณีผู้ให้บริการไม่สามารถคืนเงินค้างชำระให้แก่ผู้ใช้บริการได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้ให้บริการต้องชำระค่าเสียประโยชน์ในอัตราเท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ให้บริการคิดจากผู้ใช้บริการกรณีผู้ใช้บริการ ผิดนัดไม่ชำระค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการแก่ผู้ให้บริการแต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิผู้ใช้บริการที่จะเรียกค่าเสียหายอย่างอื่น
  17. การโอนสิทธิใช้บริการของผู้ใช้บริการ
    • ผู้ใช้บริการจะโอนสิทธิการใช้บริการตามสัญญาให้แก่บุคคลอื่นมิได้เว้นแต่จะได้รับความยินยอม จากผู้ให้บริการ หากผู้ใช้บริการทำผิดข้อสัญญานี้ ผู้ให้บริการมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้
  18. การขอเปิดใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ และ/หรือบริการข้ามแดนอัตโนมัติ
    1. การเปิดให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ และ/หรือบริการข้ามแดนอัตโนมัติ เป็นสิทธิของ ผู้ให้บริการที่จะพิจารณาอนุมัติให้เปิดใช้บริการ ทั้งนี้เมื่อได้รับอนุมัติให้เปิดใช้บริการแล้วผู้ใช้บริการสามารถเรียกไปยังเลขหมายปลายทางในต่างประเทศ หรือนำไปใช้บริการในเครือข่ายของผู้ให้บริการเองหรือผู้ให้บริการรายอื่นในต่างประเทศรายอื่น ตามข้อตกลงร่วมของผู้ให้บริการได้
    2. ผู้ใช้บริการสามารถเลือกใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศโดยการเรียกผ่านเลขหมาย สำหรับบริการเรียกออกต่างประเทศ หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนรหัสเรียกออกต่างประเทศของผู้ให้บริการ หรือของ ผู้ให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศรายอื่นซึ่งมีข้อตกลงร่วมกับผู้ให้บริการ
    3. กรณีการใช้บริการข้ามแดนอัตโนมัติผู้ใช้บริการสามารถเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ ตามการตั้งค่าของเครื่องวิทยุคมนาคม หรือเลือกเครือข่ายด้วยตนเอง (เฉพาะเครือข่ายของผู้ที่มีข้อตกลงร่วมกับ ผู้ให้บริการ)ทั้งนี้ผู้ให้บริการเครือข่ายร่วมในต่างประเทศแต่ละรายอาจมีพื้นที่ให้บริการ อัตราค่าบริการ และ บริการเสริมที่แตกต่างกัน
  19. การขอเปิดใช้บริการเสริม
    1. การเปิดใช้บริการเสริมใดๆเป็นสิทธิของผู้ให้บริการที่จะพิจารณาอนุมัติให้ผู้ใช้บริการ เปิดใช้บริการซึ่งผู้ใช้บริการต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของการใช้บริการตามที่ผู้ให้บริการหรือผู้ร่วม ให้บริการเสริมกำหนด ทั้งนี้ผู้ให้บริการจะร่วมรับผิดกับผู้ร่วมให้บริการเสริมต่อผู้ใช้บริการในความเสียหาย ที่เกิดขึ้น จากการให้บริการเสริมด้วย
    2. ในกรณีใช้บริการเสริมในต่างประเทศผู้ใช้บริการต้องเสียค่าบริการข้ามแดนอัตโนมัติ ตามที่ผู้ให้บริการประเทศนั้นๆ กำหนดไว้ ทั้งนี้รายการส่งเสริมการขายสำหรับการใช้บริการเสริมภายในประเทศ ไม่สามารถใช้ร่วมกับบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ บริการข้ามแดนอัตโนมัติ และ/หรือบริการเสริมระหว่างประเทศ เว้นแต่ผู้ให้บริการจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
  20. เครื่องวิทยุคมนาคม และ/หรือซิมการ์ดสูญหาย หรือถูกโจรกรรม
    • หากเครื่องวิทยุคมนาคม และ/หรือซิมการ์ดสูญหาย หรือถูกโจรกรรม ให้ผู้ใช้บริการแจ้งเหตุสูญูหาย หรือถูกโจรกรรมให้ผู้ให้บริการทราบ ณ สำนักงานบริการของผู้ให้บริการเป็นหนังสือ หรือทางโทรศัพท์ หรือโดยวิธีการอื่นใดตามที่ผู้ให้บริการกำหนดและสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นผู้ใช้บริการจริง ผู้ให้บริการ จะดำเนินการระงับการให้บริการโดยทันทีที่ได้รับแจ้ง หากมีค่าใช้บริการเกิดขึ้นหลังจากการแจ้งสูญหาย หรือถูกโจรกรรม ผู้ใช้บริการไม่ต้องรับผิด เว้นแต่ค่าใช้บริการจะเกิดขึ้นจากการกระทำของผู้ใช้บริการเอง
  21. การขอใช้บริการพร้อมเครื่องวิทยุคมนาคมหรืออุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง
    • ในกรณีที่ผู้ใช้บริการขอใช้บริการพร้อมเครื่องวิทยุคมนาคมหรืออปุกรณ์ที่เกี่ยวข้องโดยผู้ให้บริการ ไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดของเครื่องวิทยุคมนาคมหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่ส่งมอบเพื่อประโยชน์ในการใช้บริการตามสัญญาให้บริการนี้ผู้ใช้บริการยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนดและให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาให้บริการนี้โดยผู้ให้บริการจะไม่ถือเอาเหตุดังกล่าว มากำหนดเป็นเงื่อนไขอันก่อให้เกิดภาระแก่ผู้ใช้บริการหรือเรียกเก็บค่าปรับหรือค่าเสียหายจากการที่ผู้ใช้บริการ ยกเลิกบริการก่อนกำหนด
    • ผู้ใช้บริการได้ศึกษารายละเอียดของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม ประเภทจดทะเบียนสำหรับผู้ใช้บริการประเภทบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลของผู้ให้บริการและเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญานี้แล้วจึงตกลง ใช้บริการโดยยินยอมปฏิบัติตามสัญญาให้บริการนี้ทุกประการ
    • ทั้งนี้ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้บริการผู้ใช้ช้บริการสามารถร้องเรียนต่อผู้ให้บริการได้ที่
    • ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน: บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด เลขที่ 319 อาคารจัตุรัสสจามจุรี ห้องบางรัก ชั้น 32 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 โทร.02-202-7267 วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00-16.30 น. เว้นวันหยดุราชการ(โทรฟรีจากเลขหมายของผู้ให้บริการ)
    • อีเมล Complain@dtactrinet.co.th
    • เว็บไซต์ http://www.dtactrinet.co.th
    • หน่วยงานที่ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคตามที่คณะกรรมการกำหนด